ศาสนาพุทธ กับ กระเทย
วันหนึ่งผมถามเมย์ว่า "ทำไมคนไทยถึงเรียกเธอว่า เพศที่สามหล่ะ"
"ก็เพราะว่า พวกเราดีกว่าผู้หญิง ดีกว่าผู้ชาย เป็นหมายเลข 3 ซึ่งเป็นหมายเลขที่ดีที่สุดนะซิ" เมย์ตอบ
อีม...ผมก็ไม่รู้นะ แต่ที่จริงแล้วก็มีส่วนจริงเหมือนกันกับคำพูดของเมย์
"แล้วเธอรู้ไหมว่า พระพุทธเจ้าเชื่อว่ามีเพศที่สามด้วยนะ" ผมถามอีกครั้ง
"ไม่น่า จริงรึเปล่า คุณไปอ่านมาจากไหน" เมย์ถาม
"มันอยู่ในคัมภีร์พระไตรปิฎกไงหล่ะ หรือที่เรียกว่า บาลีพุทธวจนะ ซึ่งก็เหมือนกับคัมภีร์ไบเบิ้ลของชาวคริสต์ แต่เพื่อพุทธศาสนิกชนนิกายเถรวาท อย่างเธอไง" ผมอธิบาย เหมือนเป็นการเหน็บแนมที่คนไทยส่วนใหญ่ที่เอาใจใส่ในพระพุทธศาสนา แต่มีน้อยคนมากที่จะรู้เกี่ยวกับคัมภีร์ไตรปิฎก โดยที่ไม่ต้องอ้างถึงเพศที่สามด้วยซ้ำ แต่ผมก็ไม่แปลกใจเลยเพราะคัมภีร์ไตรปิฎกมีถึง 45 เล่ม และถูกเขียนเป็นภาษาบาลี
ประเทศไทย (ประเทศสยามในตอนนั้น) รับเอาพระพุทธศาสนาเข้ามาในศตวรรษที่ 13 หลังจากมีการสถาปนาพระพุทธศาสนาราว 500 ปีก่อนคริสต์กาล โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นมหาศาสดา (พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งพระเยาว์ เดิมเป็น เจ้าชายชื่อสิตธัทถะ จนมีพระชนม์มายุครบ 29 ปี ได้ละทิ้งทรัพย์สมบัติที่เป็นวัตถุทั้งหมด เพื่อแสวงหาหนทางลดความทุกข์ ความทรมาณของมนุษย์และหลุดพ้นไปถึงการรู้แจ้ง)
เชื่อกันว่า พระคัมภีร์ไตรปิฎกถูกเขียนขึ้นในช่วงที่สองของศตวรรษที่ 1 ผ่านทางคำบอกกล่าวของลูกศิษย์ ของพระพุทธเจ้า โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
วินัยปิฎก ว่าด้วยวินัยหรือศีลของ ภิกษุ ภิกษุณี
สุตตันตปิฎก ว่าด้วยพระธรรมเทศนาทั่ว ๆ ไป
อภิธรรมปิฎก ว่าด้วยธรรมะล้วนๆ หรือ ธรรมะที่สำคัญ
แล้วกระเทยไปอยู่ในส่วนไหนของพระไตรปิฎกหล่ะ ซึ่งก็มีการอธิบายในหลาย ๆ อย่าง
อย่างแรก สุตตันตปิฎก ประกอบไปด้วยพระธรรมเทศนาเป็นพันอย่าง ในจำนวน 20 เล่ม มีคำอธิบายถึงพฤติกรรมที่ดีหรือเลวของฆราวาส (คนธรรมดา) มากมายจนนับไม่ถ้วน แต่ไม่มีเล่มไหนเลยที่กล่าวถึง พวกรักร่วมเพศ ซึ่งเหมือนจะบอกเป็นนัยถึงพฤติกรรมที่เหมาะสมของทั้ง พวกรักต่างเพศ และ พวกรักร่วมเพศ ว่าจะถูกตัดสินโดยพี้นฐานที่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ทั้งการคบชู้ หรือ มีเพศสัมพันธุ์กับเด็ก จะพิจารณาว่าเป็นการไม่เหมาะสม แต่การมีคู่สมรสคนเดียว มีความสัมพันธ์ที่ดี ก็เป็นข้อสรุปที่เหมาะสม
อย่างที่สอง ขณะที่ชาวคริสต์เชื่อว่ามีแค่สองเพศตามรูปร่างที่ปรากฏ ซึ่งก็คือ อีฟ กับ อดัม ในพระคัมภีร์ไตรปิฎกจำแนกเพศ ออกเป็น 4 เพศ ทั้งผู้ชายผู้หญิง และ Ubhatobyanjanaka และ Pandaka
ซึ่งทั้งสองคำนี้ในพระไตรปิฎกถูกแปลออกไปในความหมายที่แตกต่างกัน ตามนักเขียนหรือผู้แปลแต่ละท่าน เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น Ubhatobyanjanaka ก็คือ พวกที่เป็นกระเทยแท้ โดยมีทั้งสองเพศในร่างเดียว และ Pandaka ก็คือพวกตุ๊ด ในภาษาไทยคำทั้งสองอย่างนี้แปลว่า กระเทย หรือ ตุ๊ด ซึ่งก็คือเพศที่สามนั่นเอง และถึงแม้จะย้อนกลับไปถึง 2500 ปีก่อน ก็มีการจำแนกของเพศที่ 3 เช่นกัน
อย่างที่สาม ชาวพุทธเชื่อในกฏแห่งกรรม มีการเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งเกิดจากอานิสงฆ์ของการกระทำในอดีต โชคไม่ดีเลยที่คิดกันว่า พวกที่เป็นกระเทย เกิดจากผลของการประพฤติผิดประเวณื ในหลาย ๆ ชาติภพที่ผ่านมา แต่ถึงแม้จะเกิดเป็นบางอย่างอันเนื่องมาจากการกระทำในอดีตชาติ ก็ไม่น่าจะถูกมองว่าเป็นความผิดของพวกเขา และเราควรปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความเห็นอกเห็นใจจริง ๆ แล้วมีนักวิชาการเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาชื่อว่า บุญมี บอกไว้ในเว็บแห่งหนึ่งว่า ผู้ที่เคยหรือจะมีพฤติกรรมทางเพศที่ผิดศีลธรรมในบางอย่าง ผู้นั้นก็จะเป็นกระเทยในอีกหลายร้อยชาติภพ ดังนั้นถ้าคุณกำลังจะเป็นกระเทย ในอนาคต คุณก็ไม่ควรปฏิบัติต่อพวกเขาในทางที่ไม่ดี เพราะคุณนั่นแหล่ะที่อาจจะถูกปฏิบัติในทางที่ไม่ดีเช่นกัน
แล้วจุดประสงค์มันอยู่ตรงไหนหล่ะ
หลายคนสงสัยว่าทำไมกระเทยถึงได้รับการยอมรับในประเทศไทยมากกว่าหลาย ๆ ประเทศในโลก ถึงแม้จะมีการศึกษาในเรื่องนี้ทั้งในหลาย ๆ สถาบัน หรือไม่เชิงที่เป็นสถาบัน แต่เหตุผลอย่างหนึ่งก็อาจจะ เป็นเพราะพระพุทธศาสนา
พระพุทธเจ้าจำแนกเพศที่หลากหลายในเชิงบวก แม้พระวจนะเกี่ยวกับ พวกรักร่วมเพศก็เป็นไปในเชิงบวก และในท้ายที่สุดความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจต่อเพื่อนมนุษย์ ในเรื่องกฎแห่งกรรม ก็คือ พื้นฐานที่เป็นการเปิดรับตามธรรมชาติของคนไทยในหลาย ๆ ด้าน
เรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลของชาวคาทอลิคที่บอกว่า พระเจ้าจะทำลายพวกรักร่วมเพศไห้หมด เหมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นในนคร ซอดอัม (เมืองในปาเลสไตน์สมัยโบราณ มีชาวเมืองประพฤติผิดศีลธรรม จนถูกพระผู้เป็นเจ้าทำลาย)
"เมย์ เธอรู้ใหมว่ามีศิษย์ของพระพุทธเจ้า ชื่อ อนันดา เคยเป็นกระเทยในหลายชาติภพมาก่อน" ผมกลับมาถามเมย์อีกครั้ง
เมย์หัวเราะก๊าก แล้วตอบว่า "ไม่รู้สิ แต่คุณสามารถเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของฉันในสอง หรือ สามร้อยชาติได้นะ "
นั่นไม่ไช่เรื่องที่ผมอยากจะให้ไปในทิศทางนั้นเลย แต่ผมก็ควรจะทำดีต่อเธอไว้ก่อน ผมเคยเป็นหรือจะเป็นกระเทยในอีกชาติภพหนึ่ง แต่อย่างน้อยผมก็ยอมรับและมันไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจเลย
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ลิงก์ไปยังบทความนี้:
สร้างลิงก์
<< หน้าแรก